แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียกว่ายอดมนุษย์ สิ่งที่เขาทำให้ เรอัล มาดริด คงต้องเรียกว่าเทวดา

ช่วงเวลา 9 ปีที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นดาวเตะของ ราชันชุดขาว เขากลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมราชันชุดขาว ด้วยผลงาน 450 ประตูจาก 438 นัดรวมทุกรายการ ถือว่ายิงได้เยอะกว่าจำนวนเกมที่ลงสนามเสียอีก  ufa1688
โรนัลโด้ คว้าแชมป์ร่วมกับ ราชันชุดขาว ถึง 15 รายการ โดยเป็นแชมป์  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 4 สมัย, แชมป์สโมสรโลก 3 ครั้ง, แชมป์ ลา ลีกา, โกปา เดล เรย์, สแปนิช ซูเปอร์คัพ และ  UEFA  ซูเปอร์ คัพ อีกอย่างละ 2 หน 
นี่คือนักเตะที่ได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในฐานะผู้เล่นราชันชุดขาวเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ คือ 4 ครั้งในปี 2013, 2014, 2016 และ 2017 หากรวมกับอีก 1 ครั้งตอนที่เล่นให้ปีศาจแดง ก็คือ 5 สมัย เป็นรอง ลิโอเนล เมสซี่ ที่ได้ไป 6 สมัยเพียงคนเดียว
จำนวนลูกบอลทองคำที่ โรนัลโด้ เคยคว้ามาได้ในอาชีพค้าแข้ง มากกว่า อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ที่เคยได้ 3 ครั้ง และมากกว่าจำนวน บัลลง ดอร์ ของตำนานอย่าง หลุยส์ ฟิโก้, ซีเนอดีน ซีดาน และ โรนัลโด้ คว้ารวมกันทั้งชีวิตเสียอีก
ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เขาเล่นที่มาดริด มันมีนักเตะอีกคนหนึ่งที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่ต่อสู้ของเขาโดยเฉพาะ นั่นคือ ลิโอเนล เมสซี่ แห่งบาร์ซ่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่จอมถล่มประตูทีมชาติโปรตุเกสไปเล่นที่ ลา ลีกา เขายิ่งถูกนำไปเปรียบเทียบกับเส้นทางค้าแข้งกับ เมสซี่ ในทุกๆ แง่มุม 
ซึ่งมั่นใจว่าคนที่ไขว่คว้าความสมบูรณ์แบบอย่าง โรนัลโด้ ไม่ต้องการเป็นรองในด้านไหนทั้งนั้น
___________________________
ในเดือนพฤศจิกายน 2017 ลิโอเนล เมสซี่ ได้รับสัญญาฉบับใหม่จาก เจ้าบุญทุ่ม ให้ค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ยาวจนถึงปี 2021 โดยกลายเป็นดาวเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดในโลก
จากรายงานของ กีเยม บาลาเก้ ผู้สื่อข่าวชื่อดังชาวสเปน เขากล่าวว่าสัญญาฉบับล่าสุดที่ เมสซี่ เซ็นไว้กับบาร์ซ่า ได้รับค่าจ้างหลังหักภาษีแล้วสูงถึงปีละ 41 ล้านยูโร
แต่ค่าจ้างของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในสัญญาช่วงท้ายๆ กับ ราชันชุดขาว ได้เงินหลังหักภาษีแค่ปีละ 21 ล้านยูโรเท่านั้น 
มั่นใจว่านั่นคือจำนวนเงินที่เยอะมาก แต่ถ้าหากเทียบกับสิ่งที่ เจ้าบุญทุ่ม มอบให้กับ เมสซี่ ถือว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขามากขนาดนั้นที่มาดริด 
ทั้งที่ โรนัลโด้ เชื่อว่าเขามีสถานะผู้เล่นที่ “ประเมินค่าไม่ได้” สำหรับสโมสรเหมือนกัน
โรนัลโด้ ยังรู้สึกว่า ราชันชุดขาว ไม่ให้ความช่วยเหลือเขามากที่ควร ตอนที่โดนศาลสเปนฟ้องคดีหนีภาษีเมื่อปี 2017 ซึ่งเป็นเหตุให้ในท้ายที่สุด เขาต้องควักเงินจ่ายค่าปรับ 19 ล้านยูโรเพื่อให้พ้นผิดในภายหลังเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าจำกันได้ดี ในช่วงก่อนที่ โรนัลโด้ จะย้ายออกจากถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว มันมีข่าวลืออย่างไม่หยุดว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ พร้อมทุ่มเงินมหาศาล กระชากตัว เนย์มาร์ จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กลับไปเล่นที่สเปน
ความรู้สึกของ ซีอาร์ซีเว่น ในตอนนั้น มันเหมือนกับว่า เขาไม่ใช่คนที่สำคัญระดับที่ “ไม่มีใครแทนได้” ของสโมสรอีกต่อไปแล้ว
ในช่วงระหว่างนั้น มีหลายสโมสรที่กลายเป็นข่าวอยากได้สตาร์แดนฝอยทองไปร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือทีมเก่าของเขาอย่าง ปีศาจแดง
แต่สิ่งที่เราไม่เคยเห็นก็คือการออกมาพูดว่า “โรนัลโด้ ไม่ได้มีไว้ขาย” จากทาง เปเรซ เลยสักครั้ง
ในช่วงฤดูร้อน 2018 ม้าลายยูเวนตุส คือทีมเดียวที่พร้อมทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรกระชากตัวเขาจาก ราชันชุดขาว ไปอยู่ด้วย ซึ่งนั่นคือราคาที่แพงที่สุด เท่าที่สโมสรหนึ่งในโลกนี้จะยอมจ่ายเพื่อซื้อตัวนักเตะอายุเกิน 30 ปี
เปเรซ ไม่ปฏิเสธข้อเสนอนั้น ทำให้ โรนัลโด้ ยอมอำลาแดนกระทิงดุ เพื่อไปเป็นซูเปอร์สตาร์ที่อิตาลีแทนอย่างไม่ลังเล
___________________________
ในเดือนตุลาคม 2018 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล ของฝรั่งเศส 
สตาร์เจ้าของรางวัล บัลลง ดอร์ 5 สมัย บอกความจริงว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ คือสาเหตุสำคัญอันดับหนึ่ง ที่ทำให้เขาอยากอำลาสโมสรที่เขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก และประสบความสำเร็จด้วยเยอะที่สุดในชีวิต
“ผมรู้สึกว่าภายในสโมสรแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวของท่านประธาน พวกเขาไม่ได้มองผมเหมือนกับตอนแรกอีกแล้ว”
“ในช่วง 4-5 ปีแรกที่นั่น ผมมีความรู้สึกถึงการได้เป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่หลังต่อไปมันค่อยๆ ลดลง ท่านประธานมองผมด้วยสายตาแบบที่ไม่อยากจะพูดกับผมแบบเดิม มันเหมือนกับว่าผมไม่ใช่คนที่พวกเขาขาดไม่ได้อีกแล้ว”
“นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผมคิดถึงเรื่องการอำลา บางเวลาผมเห็นข่าวที่พูดว่าผมขอย้ายทีม มันก็เป็นเรื่องจริงอยู่บ้าง แต่ความจริงก็คือผมรู้สึกมาตลอดว่าท่านประธานจะไม่รั้งผมเอาไว้เลย”
“ความจริงก็คือ เปเรซ ต้องการผม แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ทำให้ผมรู้ว่า การจากไปของผม จะไม่สร้างปัญหาใดๆ ให้เขาทั้งสิ้น”
“มันไม่ใช่เรื่องเงิน ถ้าทั้งหมดมันคือเรื่องเงิน ผมจะย้ายไปที่เมืองจีน ที่ที่จะทำให้ผมได้รับค่าเหนื่อยมากกว่าที่นี่ (ม้าลายยูเวนตุส) หรือที่ เรอัล ถึง 5 เท่า”
“ผมไม่ได้ย้ายมายูเว่เพราะเรื่องเงิน ผมได้รับค่าเหนื่อยเท่ากับที่มาดริด ความไม่เหมือนกันมันคือการที่ ยูเว่ ต้องการผมจริงๆ พวกเขาบอกผมแบบนั้นอย่างชัดเจน”
ทุกวันนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีสัญญากับ ม้าลาย จนถึงปี 2022 ถ้าหากไม่แขวนสตั๊ดแบบกะทันหันไปซะก่อน เขาจะค้าแข้งอย่างน้อยจนถึงอายุ 37 ปี
จนป่านนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่าเขาจะเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพตอนไหน และไม่มีใครรู้ว่าทีมสุดท้ายที่เขาจะเล่นให้ คือสโมสรไหนกันแน่
___________________________
หากย้อนดูเส้นทางค้าแข้งของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็น่าจะได้แนวคิดมากทีเดียว เรื่องการเลือกทางเดือนชีวิต สำหรับทุกคนสถานที่เป้าหมายว่าอยากประสบความสำเร็จ และสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างสุขสบาย
ตอนยังไร้ประสบการณ์ จงเลือกไปอยู่กับองค์กรที่จะพัฒนาศักยภาพของคุณได้เยอะที่สุด เพื่อหา “ความก้าวหน้า” 
และถ้าถึงวันที่คุณเก่งพอ รักษาความสัมพันธ์กับเขาไว้ดีพอ สักวันหนึ่งคุณจะได้ไปอยู่ในที่ที่คุณต้องการแน่นอน
ตอนที่เก่งมากพอที่จะได้ทำงานในที่ที่คุณใฝ่ฝัน จงทำตัวเองให้คุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เขาจ้าง และกอบโกย “ความสำเร็จ” ให้เยอะที่สุด
และตอนคุณทุ่มเททำงาน จนมีทุกอย่างพร้อมในชีวิต สุดท้ายสิ่งที่คุณจะเลือกคือ “ความสบายใจ” และเป็นที่ที่ทำให้คุณรู้สึกว่า คุณมีคุณค่าอย่างที่คุณคู่ควร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *